ชื่อเรื่อง บาดาล ผู้แต่ง ลักษณวดี บางทีผมก็อยากอ่านนิยายภาษาไทยบ้าง แต่ความที่ไม่ค่อยได้ติดตามหรือไต่ถามกับใคร เวลาเลือกซื้อนวนิยายก็มักจะเลือกที่พอจะรู้ว่าผู้แต่งเขียนเรื่องได้ดีไว้ก่อน แล้วก็ดูว่าจะสนใจเรื่องย่อของเขาแค่ไหน เรื่อง บาดาล นี่เข้าเกณฑ์ผู้แต่งมีชื่อเสียง และเนื้อหาเกี่ยวของกับตัวละครในเทพปกรณัมโบราณ เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่ด้วย จึงไม่ยากที่จะตัดสินใจซื้อ ตอนซื้อในงานม….

ชื่อเรื่อง The Reader ผู้แต่ง Bernhard Schlink เรื่องนี้ผมไม่ได้อ่านด้วยตาครับ แต่ฟังด้วยหูจนจบเรื่อง ผมเสพหนังสือ The Reader เป็นหนังสือเสียงภาษาอังกฤษ ซึ่งซื้อจากร้าน audible.com มาตั้งนานแล้ว ด้วยความอยากฟังเรึ่องแต่ง ตอนแรกถูกใจที่สุดก็ตรงความสั้นของเรึ่อง คือ 4 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นเอง ปกติหนังสือเล่มหนึ่งจะยาวเกิน 10 ชั่วโมงทั้งนั้น ตอนซื้อนั้นอ่านคำวิจารณ์ชมในเว็บนิดหน่อย แล้วคล….

 

ชื่อเรื่อง เทวปักษี ผู้แต่ง ลักษณวดี เรื่อง เทวปักษี เป็นตอนต่อของ บาดาล ผมอ่านเรื่อง บาดาล จบแล้ว ก็หยิบ เทวปักษี มาอ่านต่อเลย ไหนๆ ตอนซื้อก็ซื้อมาด้วยกัน และช่วงนี้ก็ว่างพอจะอ่านนวนิยายได้อย่างต่อเนื่องพอสมควร เอาเข้าจริง อ่านจบเล่มหนึ่งอย่างรวดเร็ว พอขึ้นเล่มสองก็เถลไถลค้างอ่านไปหนึ่งวัน แล้วจึงค่อยอ่านต่อจนจบ เพราะรู้สึกเบื่อขึ้นมากลางคัน เนื่องจากมีการบรรยายที่ไม่ปะติดปะต่อแ….

 

ในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว   ที่หลากเรื่องราว มักจะถูกนำมาโยงกับ  เทศกาลวาเลนไทน์  และ ความรัก   สื่อออนไลน์ สิ่งพิมพ์  ทีวี  วิทยุ นำเสนอประเด็นต่าง ๆ เกียวกับความรัก ในรูปแบบต่าง ๆ รักที่หวานชื่น สมหวัง  รักแท้  รักไม่แท้  ที่มีผู้ให้คำนิยาม 

 

มีอยู่บทความหนึ่งที่นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับความรักในแบบ การอธิบายให้เข้าใจ โดยอิงวิชาการ ถึงธรรมชาติที่แท้จริง ของการมีรัก  ทำให้เราได้รับรู้  เข้าใจแง่มุมต่าง ๆ ของความรัก และชี้ให้เห็นถึงมุมที่งดงามโดยแก่นแท้จริง ๆ  ของความรักว่าอยู่ที่ตรงไหน

  

 

บันทึกการเดินทางของนายวิชัยฯ หนังสือชื่อยาวกับการเดินทางสั้น ๆ ในจีน
แอบเห็นคนอื่นรีวิวหนังสือมานาน อ่านรีวิวมาก ๆ เข้าก็เลยคันไม้คันมือ อยากลุกขึ้นมารีวิวบ้างค่ะ อันที่จริงที่สมัครสมาชิกและเปิดบล็อกก็เพื่อการนี้เลยนะเนี่ย (ฮา) อีกสาเหตุหนึ่งที่ลุกขึ้นมารีวิว ก็เพราะช่วงนี้ซื้อหนังสือน้อยมากค่ะ อาจจะงงว่าเกี่ยวอะไร คือพอซื้อหนังสือน้อย อ่านน้อย เลยมีเวลานั่งอยู่หน้าคอมมากขึ้นค่ะ ดังนั้นก็เลยหาเรื่องหาอะไรทำ (งานจะทับหัวตายแล้วยังไม่เจียม) อย่างน้อยมันก็อาจจะได้ประโยชน์โพดผลขึ้นมามากกว่าเอาเวลาไปตามสตอล์กชาวบ้านในเฟซบุ๊คล่ะนะคะ (ฮา)
เล่มแรกที่ขอหยิบมาเล่าสู่กันฟัง ก็ขอเป็นเล่มนี้เลย หนังสือที่ได้มาเป็นเล่มล่าสุด เขียนโดยนักเขียนสุดโปรดของเราเอง แต่น แต๊นเครดิตรูป: http://www.b2s.co.th/products_detail.php?proid=17527
ชื่อหนังสือ: บันทึกการเดินทางของนายวิชัย มาตกุล คนไทยเชื้อสายจีนที่ไม่เคยไปประเทศจีนมาก่อน แต่ฝันว่าอยากไปกำแพงเมืองจีน อยากเห็นสนามกีฬารังนกสักครั้ง และซื้อรองเท้าไนกี้สักคู่ ผู้เขียน: วิชัย มาตกุล สำนักพิมพ์: แซลมอน
ที่อ่านไปนั้นคือชื่อหนังสือค่ะ ชื่อหนังสือจริง ๆ นะ ไม่ใช่เรื่องย่อ คาดว่าตอนตั้งชื่อหนังสือ คนเขียนคงมีเป้าหมายลึก ๆ อยากให้ชื่อหนังสือตัวเองได้ลงกินเนสส์บุค (ฮา) ที่ชื่อหนังสือยาวขนาดนี้ คนเขียนเขาว่าการตั้งชื่อให้สื่อถึงเนื้อหาอย่างครอบคลุมมันยาก เขาก็เลยเล่นง่าย (แต่เราว่ากวนและเจ๋งมาก) แบบนี้ซะเลย
ดูจากที่มาของชื่อหนังสือ หลาย ๆ คนอาจจะพอเห็นภาพลาง ๆ แล้วว่าคนเขียนจะมีบุคลิกแบบไหน (ทั้งหมดนี้เราเขียนจากตัวตนของเขาที่เราสัมผัสได้จากตัวหนังสือนะคะ อาจจะถูกหรือผิดก็ได้)
วิชัยเป็นผู้ชายห่าม ๆ ที่มีไอเดีย รสนิยม และความสามารถในการใช้คำโดดเด่นมากค่ะ ก็คนทั่วไปที่ไหนจะคิดหาซื้อตุ๊กตา ผู้เฒ่าเต่า ซูเนโอะ และปาร์แมนไปประดับบ้านแทน ฮก ลก ซิ่ว ล่ะ (เขามีเหตุผลของเขานะ ฟังแล้วก็เออ…เข้าท่า มีอธิบายอยู่ในหนังสือค่ะ) วิชัยนิยมข้าวของสีสันเจ็บ ๆ เช่นเสื้อเหลืองใส่คู่กับกางเกงแดง คำติดปากคือ “แช่แฟ้บ” “ซากอ้อย” “ปวดตับ” ซึ่งหลาย ๆ ครั้งอ่านแล้วก็นึกไม่ออกหรอกว่าไอ้แช่แฟ้บนี่่มันเป็นยังไง แต่กลับรู้สึกได้ว่ามัน “เลวววว” ทั้งที่แฟ้บมันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย (ฮา) เขาเคยออกหนังสือกับ a book มาแล้ว 4 เล่มค่ะ 3 เล่มในนั้นเกี่ยวกับโรงแรม และอีกเล่มเกี่ยวกับการเดินทางไปญี่ปุ่น
มาครั้งนี้ วิชัยไปประเทศจีน เมื่อผู้ชายสุดโหด (ทางความคิด) มาเจอกับประเทศสุดโหด (ในทุก ๆ ทาง) อะไรจะเกิดขึ้น? วิชัยจะพาเราไปเที่ยวกวางโจว เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และปักกิ่ง 4 เมืองใน 10 วัน ไม่นานนัก แต่มีอะไรที่ทำให้เราอ่านแล้วอุทาน “เฮ้ยยยย” หรือ “เอ่อ…จะดีเหรอ” ได้ตลอดเวลา
สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้คือความ “ใหม่” ค่ะ เพราะกับประเทศจีนที่หลายคนก็ไปเที่ยวกันมาแล้ว และน่าจะมีคนเขียนถึงไปเยอะแล้ว (รึเปล่านะ ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเรื่องเมืองจีนด้วยสิ) วิชัยยังหาแง่มุมที่เราไม่เคยสัมผัสมาเล่าสู่กันฟังได้ตลอด (อาจจะต้องยกความดีให้ชาวจีนทั้งหลายที่วิชัยไปเจอด้วย ที่ช่วยสร้างวีรกรรมอันน่าตื่นเต้นไปตลอดทริป)
ที่สำคัญ สิ่งที่เราชอบในความเป็น “วิชัย” ที่สุด คือ เขาไม่โลกสวยแบบมองอะไรก็หาแง่มุมอบอุ่นซึ้ง ๆ ได้เสมอค่ะ อันนี้เป็นนิสัยเสียส่วนตัวของเราล้วน ๆ เพราะเวลาเราอ่านหนังสือบันทึกการเดินทางแบบโลกสวย เรามักสงสัยเสมอ ว่าเวลาคนเราไปเที่ยวเนี่ย มันจะคิดอะไรได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ แล้วจำได้หมดได้ยังไง มันเลยเกิดความรู้สึกเหมือนไม่สดปะแล่ม ๆ ปนมาตลอดเวลาอ่าน แต่วิชัยไม่ค่ะ เห็นยังไงด่าไปอย่างนั้น สดและได้ใจที่สุด (ฮา)
พูดถึงสิ่งที่ชอบไปแล้ว มาพูดถึงที่ไม่ชอบบ้าง คือปกติ วิชัยเป็นนักเขียนที่เรารู้สึกว่ามีความสามารถในการเรียงลำดับแบบที่เราชอบมาก แต่มาเล่มนี้ ช่วงแรก รู้สึกคล้าย ๆ ว่าวิชัยจะยังเขียนไม่ชินมือ และดูฝืน ๆ นิดหน่อยค่ะ แต่ก็เป็นช่วงแรกมาก ๆ จริง ๆ หลังผ่านบทที่ 2-3 ไป รู้สึกว่าความรู้สึกนี้หายไปค่ะ (หรือเพราะเราชินกันนะ ฮา) กับอีกนิดนึง (นิดเดียวจริง ๆ) ที่อยากติง คือเรารู้สึกเหมือนฝ่ายพิสูจน์อักษรเคาะย่อหน้าแปลก ๆ ในบางจุดค่ะ เหมือนตัดย่อหน้าเดียวกลายเป็นสองซะงั้น อ่านแล้วเลยสะดุดนิด ๆ แต่ก็มีไม่กี่จุดที่เป็นแบบนี้ค่ะ โดยรวมแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ค่ะ
สรุปว่ารวม ๆ แล้วหนังสือเล่มนี้ขึ้นหิ้งหนังสือที่ชอบไปอีกเล่มค่ะ อ่านรอบสองแล้วยังเพลินและหยุดไม่ได้อยู่เลย

 

ประเภทสื่อการเรียนรู้ วรรณคดีี  ชื่อหนังสือ อัล-ฟิกฮ์

ชื่อเรื่อง การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน

ชื่อผู้แต่ง บรรจง บินกาซัน

สำนักพิมพ์ อัล-อะมิน

 

สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน

ทุกๆปีในเดือนรอมฎอน ชาวมุสลิมทั้งหมดจะถือศีลอดตั้งแต่รุ่งอรุณจวบจนพระอาทิตย์ตกดิน โดยจะละเว้นจากอาหาร นํ้าดื่มและการมีเพศสัมพันธ์

แม้ว่าการถือศีลอดจะมีประโยชน์สุขภาพ แต่การถือศีลอดได้รับการยอมรับเป็นส่วนใหญ่ว่าเป็นวิธีหนึ่งของการชำระล้างจิตใจของตัวเองโดยการตัดตัวเองออกจากความสะดวกสบายในทางโลกเพียงระยะสั้นๆ บุคคลผู้ถือศีลอดจะรู้สึกเห็นใจผู้หิวโหยอย่างแท้จริง ในเวลาเดียวกันก็ช่วยให้จิตใจของผู้ถือศีลอดเจริญเติบโตไปด้วย

 

ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน

ในเวลาเดียวกันก็ช่วยให้จิตใจของผู้ถือศีลอดเจริญเติบโตไปด้วย

 

การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

จะได้ชำระล้างจิตใจของตัวเอง เพราะว่าจะได้ละเว้นสิ่งต่างๆ แม้กระทั้งมองผู้หญิงก็ไม่ได้

 

ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน

ทุกๆปีในเดือนรอมฎอนชาวมุสลิมทั้งหมดจะถือศีลอดตั้งแต่รุ่งอรุณจวบจนพระอาทิตย์ตกดิน โดยจะละเว้นจากอาหาร นํ้าดื่ม และการมีเพศสัมพันธ์

 

ประเภทสื่อการเรียนรู้  วรรณคดี    ชื่อหนังสือ  อัล-ฟิกฮ์

ชื่อเรื่อง  บรรจง บินกาซัน  (การช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้)

สำนักพิมพ์  อัล อะมีน   ปีที่พิมพ์ 2547

 

สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน

ทุกสรรพสิ่งเป็นของพระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงครอบครองทรัพย์สมบัติแทนพระองค์ความหมายเดิมของคำว่า ซากัต นั้นมีความหมายทั้ง การชำระล้างบาป และ ความเจริญรุ่งเรือง การให้ซากัตนั้นหมายถึง การให้ตามอัตราส่วนจากจำนวนทรัพย์สินที่มีอยู่แก่ผู้ยากไร้ตามลำดับที่เหมาะสม อัตราส่วนซึ่งเป็นทองคำ เงิน และเงินสดซึ่งอาจมีจำนวนประมาณ 5.66 บาท ของนํ้าหนักทองคำ และถือครองเป็นเจ้าของเป็นเวลาหนึ่งปี ทางจันทรคติถือเป็นสองเปอร์เซ็นต์ครึ่ง การถือครองพวกเราได้รับการชำระล้างบาปด้วยการจัดแบ่งส่วนเล็กๆไว้สำหรับบุคคลผู้มีความจำเป็น และเช่นเดียวกับการตัดแต่งต้นไม้ การตัดแต่งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตอีกด้วย

 

ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน

การชำระล้างบาป และ ความเจริญรุ่งเรือง

 

การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

ถ้าพวกใดที่ถือครอง และครบหนึ่งปีไม่จ่ายซากัต ถึงคั่นบาป เพราะว่าคนมุสลิมต้องจ่ายซากัต ทุกคนที่ครองเช่นนํ้าหนักของทองคำ เงิน และเงินสด

 

ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน

การถือครองของพวกเขาได้รับการชำระล้างบาปด้วยการจัดแบ่งส่วเล็กๆได้สำหรับบุคคลผู้มีความจำเป็น

ชื่อเรื่อง ตำนานปูสมิงขาว ผู้แต่ง สมบัติ

 
สรุปสาระสำคัญของเรื่อง ปูสมิงขาวมีวิชาอาคมสามารถจะเปลี่ยนร่างเป็นเสือได้ก็สามารถเรียกลมมาได้มาเป็นบริเวรลณของแก่เป็นสัตว์แต่แก่ไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วแก่สามารถข้ามฝังแม่นํ้าไปยังแม่หนึ่งได้ใช้เถาว์วัลและอยู่ มาวันหนึ่งได้มีเรือสำเภาของชาวจีนได้วิ่งผ่าน แม่นํ้าสายนั้นแล้วกระตุนลูกเรือได้ไปตัดเภาว์วัลและปูสมิงขาวรู้เพราะบริวานปูสมิงขาวมาบอกและปูสมิงขาวจึงโกธรมากจึงใช้วิชาอาคมที่ได้รำเรียนมา ว่าดังนั้น โอ้มด้วยอำนาจของข้าจึงเกิดคลื่นยักษ์ได้ใสเรือชาวจีน ณ บัดนี้ ทำให้เรือชาวจีนแตกและไม่มีใครรอดชีวิตมาได้
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน คิดก่อนทำ อย่าทำก่อนคิด
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ทำอะไรสักอย่าง ต้องคิดก่อนจะทำ
ข้อความที่ประทับใจโอ้มด้วยอำนาจของข้าจึงเกิดคลื่นยักษ์และ พายุขึ้นนะบัดนี้
 

ชื่อเรื่อง ตำนานปูชิว ผู้แต่ง พงค์สิทธิ์

 
สรุปสาระสำคัญของเรื่อง เรื่องแสนจะเสร้าของคู่รักคู่หนึ่ง ที่มีคุณตาชื่อปู่ชิวแล้วที่รักกันมา58 ปี ตั้งแต่วัยหนุ่มจนแก่ตอนอายุ28ปี คุณยายได้เสียลงแต่ว่าปูชิวก็ยังรัก กับคุณยายคนนั้นทุกวันปูชิวปืนเขาไปบรรเลงบทเพลงสุดแสนจะเศร้าทุกวันให้ยายคนนั้นฟังเป็นเวลา30ปี และปูชิวก็ได้ตายลงด้วยความรักยังหลงอยู่ ตอนปูชิวยังไม่ตายปูชฺิวได้สอนลูกหลานๆว่ารักใครแล้วต้องรักจนวันตาย
ข้อคิดที่ไดจากอ่าน ความของปูชิว เป็นความรัก การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อ่านตำนานของปูชิวรู้สึกว่าอยากรักใครสักคนที่มีความรักยาวนานเหมืนปูชิว
ข้อความที่ประทับใจ ปูชิวเป็นคนสูดยอด ผมนี้ปลื้มในตัวปูชิว ok ซึ้ง

ชื่อเรื่อง รอรักที่ท้องทุ่ง ผู้แต่ง ลําวนดง

 
สรุปสาระสําคัญของเรื่อง วันหนึ่งได้มีหนู่มเมืองกรุงคนหนึ่งชื่อเทพได้มาที่ท้องทุ่งและได้มาเจอหญิงสาวคนหนึ่ง ชื่อส้ม ส้มนี้เป็นสาวของฝนและได้หลงรักน้องส้มที่ท้องทุ่งและความรักก็เก้าหน้าพี่สาวของส้มได้เห็นหนุ่มเมืองกรุงและแอบหลงรักกับหนุ่มเมืองกรุง ที่ชื่อเทพและอิจฉาน้องและส้มกับเทพแอบไปพบกันที่ท้องทุ่งบอยครั้งโดยไม่ให้พี่สาวรู้จนความรักยาวมาหกเดือนจนพี่เทพได้เข้าราชที่กรุงเทพและจะพาส้มมาอู่ยด้วย

ข้อคิดที่ได้จากอ่านความรักทำให้แกงแย้งชิงดี

การนำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เรารักใครต้องซื่อสัตว์กับคนนั้น

ข้อความประทับใจ ความรักคือ ความตายที่ยังมีชีวิต